
เห็นภาพสมูทตี้สีชมพูฟรุ้งฟริ้งแล้วอยากลองดื่มสักแก้ว ใครสนใจเข้ามาจดสูตรสมูทตี้ราสป์เบอร์รีกล้วยหอม (Raspberry Banana Smoothie) จับนมอัลมอนด์ปั่นกับกล้วยหอมและราสป์เบอร์รี เติมน้ำส้มเพิ่มกลิ่น ลองทำมอบแด่คนพิเศษกันเถอะ
ส่วนผสม สมูทตี้ราสป์เบอร์รีกล้วยหอม
• กล้วยหอมสุก (แช่แข็ง หั่นแว่น) 3 ลูก
• ราสป์เบอร์รีแช่แข็ง 1/2 ถ้วย
• นมอัลมอนด์ 1 ถ้วย
• น้ำส้ม 1/2 ถ้วย
• น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
ประโยชน์ของกล้วยน้ำว้า ไม่ว่าจะเรียกกล้วยน้ำว้าว่ากล้วยนาก กล้วยหอมจันทร์ กล้วยมะลอ่อง กล้วยสะกุย กล้วยเจก หรือกล้วยแลหก ตามแต่ละท้องถิ่นเรียกกันก็ตาม คุณประโยชน์และสรรพคุณทางยาของกล้วยชนิดนี้ก็ยังคงมากมายเหมือนเดิม มาดูกันว่ากล้วยน้ำว้าจะให้ประโยชน์อะไรที่น่าสนใจบ้าง
1. แก้อาการนอนไม่หลับกล้วยน้ำว้าไม่ได้มีดีแค่เฉพาะบำรุงร่างกายเพียงเท่านั้น หากแต่ยังมีส่วนช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ ช่วยลดอาการหงุดหงิดที่อาจเกิดขึ้นในยามเช้าโดยไม่มีสาเหตุ ลดอาการหงุดหงิดในสตรีที่อยู่ในช่วงวันนั้นของเดือน รักษาโรคซึมเศร้า และช่วยลดความเครียดได้ เนื่องจากสารอาหารอย่างเช่นโปรตีนชนิดที่เรียกว่า ทริปโตเฟน ที่อยู่ในกล้วยมีส่วนช่วยในการผลิตสารเซโรโทนิน หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อฮอร์โมนแห่งความสุข และนั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทานกล้วยน้ำว้าแล้วจึงทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและอารมณ์ดีขึ้นได้3. บรรเทาอาการของโรคริดสีดวงทวาร และป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้หากกำลังเผชิญกับการขับถ่ายออกเลือดหรือเป็นโรคริดสีดวงทวาร ขอบอกเลยว่ากล้วยน้ำว้าช่วยคุณได้ เพราะกล้วยน้ำว้ามีกากใยที่ทำให้อุจจาระนุ่ม มีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการของโรคดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยลดอาการเสียดท้อง รวมถึงช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร ซึ่งเมื่อกินกล้วยน้ำว้าเข้าไปก็จะทำให้อาการดีขึ้นได้ นอกจากนี้กล้วยน้ำว้ายังมีฤทธิ์ในการป้องกันการเกิดมะเร็งในลำไส้ 4. รักษาโรคโลหิตจางเนื่องจากในกล้วยน้ำว้าอุดมไปด้วยธาตุเหล็กสูง จึงช่วยในการผลิตฮีโมโกลบินในเลือด ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยในการรักษาภาวะโลหิตจาง รวมทั้งผู้ที่อยู่ในสภาวะที่ร่างกายขาดกำลัง5. แก้อาการท้องเสียกล้วยน้ำว้าดิบจะให้รสชาติที่ฝาด ซึ่งมีฤทธิ์ในต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ โดยกล้วยน้ำว้าดิบจะออกฤทธิ์สมานแผลและช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่อเมือกในกระเพาะ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยเร่งการแบ่งตัวของเซลล์เยื่อเมือกด้วยสารสำคัญอย่างเช่นสารซิโตอินโดไซด์ ดังนั้นหากมีอาการท้องเสียแนะนำให้ทานกล้วยน้ำว้าแบบดิบ จะช่วยแก้อาการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี 6. รักษาแผลในลำไส้ในกล้วยน้ำว้าอุดมไปด้วยสารแทนนิน ซึ่งสารชนิดนี้มีส่วนช่วยรักษาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่รุนแรง (แทนนินทำให้ท้องผูก) ในส่วนของผู้ที่เป็นโรคกระเพาะหรือกระเพาะอักเสบ ควรหมั่นทานกล้วยน้ำว้าเป็นประจำทุกวัน เพื่อช่วยรักษาแผลลำไส้ชนิดเรื้อรัง เพราะกล้วยน้ำว้านั้นมี มีเซโรโทนิน ซึ่งช่วยให้กระเพาะหลั่งเมือกมาปกคลุม ทำให้กรดไม่สามารถกัดกะเพราะได้ 7. ช่วยชะลอความแก่เพราะสารต้านอนุมูลอิสระที่อุดมอยู่ในกล้วยน้ำว้านั้นมีส่วนช่วยชะลอความแก่ได้ ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมบางคนอายุมากแล้ว แต่ยังแลดูอ่อนเยาว์ นั่นเพราะการทานกล้วยน้ำว้าเป็นประจำทุกวันนั่นเอง 8. ช่วยลดน้ำหนัก
ข้อควรระวัง – การกินกล้วยน้ำว้าในปริมาณมาก โดยเฉพาะการทานกล้วยที่ยังอยู่ในช่วงห่าม อาจทำให้เกิดการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง เพราะมีแทนนินมาก -กล้วยน้ำว้า ให้พลังงานที่มากกว่ากล้วยชนิดอื่น ๆ (1 ผล = 100 แคลอรี่) การทานกล้วยน้ำว้าในปริมาณที่มากเกินไป อาจส่งผลให้ร่างกายได้รับพลังงานเกินความจำเป็น -กล้วยน้ำว้าสุก มีฤทธิ์ช่วยในการระบายลำไส้ และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบขับถ่าย หากทานติดต่อกันในปริมาณมาก อาจส่งผลให้เกิดการท้องเสีย